กรณีศึกษา มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 สำหรับคนวัยทำงานที่ดูแลพ่อแม่ ใช้เงินคืนรายปีเป็นกองค่าใช้จ่ายพิเศษของบ้าน ระบุผู้รับประโยชน์ และเก็บเงินก้อนให้ตัวเอง
กรณีศึกษา มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 สำหรับคนวัยทำงานที่ดูแลพ่อแม่ ใช้เงินคืนรายปีเป็นกองค่าใช้จ่ายพิเศษของบ้าน ระบุผู้รับประโยชน์ และเก็บเงินก้อนให้ตัวเอง บทความนี้ตอบเรื่องประกันออมทรัพย์ ดูแลพ่อแม่, แซนด์วิชเจเนอเรชัน วางแผนการเงิน, มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 เงินคืนรายปี และมันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 กรณีศึกษา
แพร (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ทำงานบริษัทในเมือง ทุกสิ้นเดือนเธอโอนเงินให้แม่ที่ต่างจังหวัดเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านและค่ายาความดันของพ่อ อีกส่วนแบ่งไว้ให้น้องที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ที่เหลือคือค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง และค่ากินของตัวเอง เธอไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระ เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำ แต่สิ่งที่ทำให้นอนไม่หลับบางคืนคือคำถามว่า "ถ้าวันหนึ่งเราป่วยหรือเป็นอะไรไป ใครจะดูแลพ่อแม่ต่อ และวันที่เราแก่ ใครจะดูแลเรา"
เรื่องของแพรคือเรื่องของคนวัยทำงานจำนวนมากที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองรุ่น ต้องดูแลพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น และต้องเก็บเงินให้ตัวเองไปพร้อมกัน บทความนี้เล่าผ่านกรณีศึกษาของเธอว่าทำไม มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เธอนำมาพิจารณา และมีจุดไหนบ้างที่เธอต้องระวัง
ตัวเลขในเรื่องคิดต่อทุนประกัน 100,000 บาท จากใบเสนอขายตัวอย่างของบริษัท กรณีผู้หญิงอายุ 30 ปี ใช้แสดงกลไกของแบบ ถ้าเลือกทุนสูงขึ้น เงินคืนและเงินครบกำหนดจะเพิ่มตามสัดส่วน เบี้ยจริงขึ้นกับอายุ เพศ อาชีพ สุขภาพ และหลักเกณฑ์รับประกัน
เมื่อแพรนั่งเขียนรายจ่ายทั้งหมดออกมา เธอเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่รายได้น้อย แต่อยู่ที่ทุกอย่างพึ่งรายได้ของเธอคนเดียว ถ้ารายได้นี้หยุด เงินที่ส่งให้พ่อแม่ก็หยุดทันที และเธอเองก็ไม่มีเงินเก็บระยะยาวที่จับต้องได้ เพราะเงินที่เหลือแต่ละเดือนมักถูกดึงไปใช้กับเรื่องเร่งด่วนของบ้าน เช่น ค่าซ่อมหลังคา ค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ได้คาดไว้ หรือค่าเทอมเพิ่มของน้อง
เธอสรุปความต้องการออกมาได้สามข้อ ข้อแรก อยากมีความคุ้มครองชีวิตที่ถ้าเธอไม่อยู่ เงินก้อนหนึ่งจะไปถึงพ่อแม่ ข้อสอง อยากมีเงินที่เข้ามาสม่ำเสมอเป็นรายปี เพื่อเป็นกองค่าใช้จ่ายพิเศษของบ้านโดยไม่ต้องดึงเงินเก็บ ข้อสาม อยากให้ตัวเองมีเงินก้อนในวัยใกล้เกษียณ โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยไปจนแก่
เมื่อเทียบสามข้อนี้กับโครงของแบบ เธอพบว่าแต่ละส่วนของแผนตอบความต้องการคนละข้อ
สิ่งที่เธอต้องเข้าใจเพิ่มคือ แบบนี้มีเงินปันผล แต่เป็นส่วนที่ไม่รับรองการจ่าย เธอจึงตั้งใจวางแผนจากเงินรับรองเท่านั้น และถือว่าถ้ามีเงินปันผลก็เป็นของแถม ไม่ใช่เงินที่บ้านต้องรอใช้
ตัวเลขตัวอย่างที่เธอเห็นในใบเสนอขาย คือเงินปันผลรวมตลอดสัญญาราว 13,050 บาท 43,380 บาท และ 75,700 บาทต่อทุนแสน ในกรณีอัตราผลตอบแทน 3% 4% และ 5% ซึ่งเธออ่านเป็นส่วนเผื่อ ไม่ได้ใส่ไว้ในแผนดูแลพ่อแม่
| กองเงินของแพร | ช่วงปี | ต่อทุนแสน |
| เงินออก: เบี้ย | ปีที่ 1–15 | 12,522 ต่อปี |
| กองดูแลพ่อแม่ | ปีที่ 1–15 | 2,000 ต่อปี |
| กองดูแลพ่อแม่ (เพิ่มขึ้น) | ปีที่ 16–25 | 3,000 ต่อปี |
| เริ่มกันกลับมาให้ตัวเอง | ปีที่ 26–29 | 5,000 ต่อปี |
| เงินก้อนของแพรเอง | ปีที่ 30 | 140,000 |
| ถ้าแพรไม่อยู่ พ่อแม่ได้รับ | ปีที่ 1–5 / ตั้งแต่ปีที่ 6 | 100,000 / 200,000 |
แพรใช้ภาพนี้แยกให้เห็นว่าเงินแต่ละก้อนทำหน้าที่อะไร แถวล่างคือเงินคืนที่เธอตั้งชื่อเป็นกองดูแลพ่อแม่ วงสีแดงคืองวดเบี้ยสุดท้ายตอนเธออายุราว 44 และแถวบนคือเงินที่พ่อแม่จะได้รับถ้าเธอไม่อยู่
| เงินที่แพรวางแผนได้แน่นอน | % ของทุน | จำนวนเงิน (บาท) |
| เงินคืนเข้ากองดูแลบ้าน ปีที่ 1 ถึง 15 | 30% | 30,000 |
| เงินคืนที่เพิ่มขึ้น ปีที่ 16 ถึง 25 | 30% | 30,000 |
| เงินคืนที่กันกลับมาให้ตัวเอง ปีที่ 26 ถึง 29 | 20% | 20,000 |
| เงินก้อนของแพรเองตอนครบปีที่ 30 | 140% | 140,000 |
| เงินรับรองทั้งหมดของแพร | 220% | 220,000 |
ทุกบรรทัดคิดต่อทุน 100,000 บาท และกรมธรรม์รับรองการจ่าย แพรจึงวางแผนดูแลพ่อแม่จากตัวเลขชุดนี้เท่านั้น ส่วนเงินปันผลเธอถือเป็นของแถม
ที่ทุน 100,000 บาท เบี้ยปีละ 12,522 บาท จ่าย 15 ปี รวม 187,830 บาท คิดเป็นเงินที่ต้องกันต่อเดือนราว 1,044 บาท แพรเริ่มจากถามตัวเองก่อนว่าหลังโอนเงินให้บ้านแล้ว ยังเหลือพอทุกเดือนหรือไม่ เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยขยับทุนขึ้น บทเรียนของเธอคือให้เริ่มจากงบที่เหลือจริงหลังส่งบ้าน ไม่ใช่เริ่มจากทุนที่อยากได้
เมื่อมองเฉพาะส่วนรับรองของทุน 100,000 บาท ถ้ามีชีวิตอยู่ครบสัญญาและรับเงินคืนตามงวด เงินคืนรวมสามช่วงเท่ากับ 80,000 บาท บวกเงินครบกำหนด 140,000 บาท รวม 220,000 บาท มากกว่าเบี้ยรวม 187,830 บาทอยู่ 32,170 บาท ยอดนี้เป็นผลต่างของจำนวนเงิน ไม่ใช่อัตราผลตอบแทนต่อปี ไม่รวมเงินปันผล ไม่คิดภาษีและเงินเฟ้อ
ส่วนที่แพรชอบที่สุดคือเงินคืนรายปี เพราะค่าใช้จ่ายของพ่อแม่วัยเกษียณมักมาเป็นก้อน ไม่ได้มาเป็นรายเดือน เช่น ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าแว่นใหม่ ค่าทำฟัน ค่าซ่อมบ้าน หรือค่าทำบุญในโอกาสสำคัญ เธอตั้งกติกาไว้ว่า
การตั้งชื่อกองเงินให้ชัดช่วยให้เธอไม่ต้องรู้สึกผิดเวลาใช้ และไม่ต้องดึงเงินเก็บของตัวเองทุกครั้งที่บ้านมีเรื่องเร่งด่วน แต่เธอก็รู้ว่าเงินคืนปีละ 2,000 บาทต่อทุนแสนเป็นแค่งบเล็ก ๆ เช่น ค่าเดินทางพาพ่อแม่ไปหาหมอ ค่ารักษาของท่านยังต้องพึ่งสิทธิการรักษาที่มีและเงินสำรองอีกส่วน
ในเคสทุน 100,000 บาท ความคุ้มครองชีวิตคือ 100,000 บาทในปีที่ 1 ถึง 5 และ 200,000 บาทตั้งแต่ปีที่ 6 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แพรระบุให้พ่อแม่เป็นผู้รับประโยชน์ เพราะคนที่พึ่งรายได้ของเธอในวันนี้คือท่าน
เธอตั้งใจกลับมาทบทวนเรื่องนี้ทุกครั้งที่ชีวิตเปลี่ยน ถ้าวันหนึ่งแต่งงานหรือพ่อแม่จากไปแล้ว คนที่ควรได้รับเงินก้อนนี้ก็อาจเปลี่ยน การทบทวนผู้รับประโยชน์ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
อีกเรื่องที่แพรต้องยอมรับคือ ทุนในแผนออมเงินแบบนี้อาจไม่เท่ากับเงินที่พ่อแม่ต้องใช้ทั้งชีวิตถ้าเธอไม่อยู่ ถ้าต้องการความคุ้มครองมากกว่านี้ในงบเท่ากัน อาจต้องใช้ประกันชีวิตแบบเน้นความคุ้มครองเพิ่มอีกส่วน แผนนี้จึงเป็นทั้งเงินออมและความคุ้มครองระดับหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบเดียวของทุกเรื่อง
ถ้าเริ่มที่อายุ 30 สัญญาจะครบราวอายุ 60 เงินครบกำหนดรับรอง 140,000 บาทในเคสตัวอย่างคือเงินก้อนที่แพรตั้งใจให้เป็นของตัวเองจริง ๆ เพราะคนที่ดูแลคนอื่นมาทั้งชีวิตมักลืมว่าวันหนึ่งตัวเองก็ต้องการคนดูแลเหมือนกัน
เธอเข้าใจว่าเงินก้อนนี้เป็นจำนวนตามสัญญา ค่าครองชีพในอีกสามสิบปีจะสูงกว่าวันนี้ จึงวางแผนไว้ว่าจะไม่ให้แผนนี้เป็นแหล่งเงินเกษียณแหล่งเดียว แต่เป็นฐานที่มั่นคงซึ่งรู้ตัวเลขชัดตั้งแต่วันแรก
ได้ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท และเปลี่ยนแปลงภายหลังได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรทบทวนทุกครั้งที่สถานะครอบครัวเปลี่ยน
เป็นคนละโจทย์กัน แผนนี้ผู้เอาประกันคือคุณ ความคุ้มครองช่วยคนข้างหลังถ้าคุณไม่อยู่ ส่วนความเสี่ยงสุขภาพของพ่อแม่ต้องดูจากสิทธิการรักษาและแผนที่ออกแบบสำหรับท่านโดยเฉพาะ
เงินคืนรับรองมีตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึง 29 ตามอัตรา 2% 3% และ 5% ของทุนในแต่ละช่วง ส่วนปีที่ 30 รับเงินครบกำหนด
เริ่มจากทุนที่จ่ายไหวในวันนี้ได้ ขอใบเสนอขายตามงบจริงแล้วดูตารางผลประโยชน์ของทุนนั้น ถ้าอยากเพิ่มภายหลัง ให้ถามตัวแทนถึงเงื่อนไข ณ วันนั้น เพราะเบี้ยจะคิดตามอายุและสุขภาพในวันที่สมัคร
ไม่ควรวางแผนแบบนั้น ในตารางตัวอย่างของบริษัท ถ้าอัตราผลตอบแทนการลงทุนเป็น 3% เงินปันผลระหว่างสัญญาต่อทุนแสนอยู่ราวปีละ 40 ถึง 520 บาทเท่านั้น และทุกกรณีไม่รับรองการจ่าย ใช้เงินคืนรับรองเป็นหลัก
ส่งอายุ เพศ อาชีพ เงินที่ส่งให้ครอบครัวต่อเดือน และงบที่เหลือพอกันได้ต่อปี เพื่อรับใบเสนอขาย มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 ในทุนที่เหมาะกับคุณ แล้วดูว่าเงินคืนแต่ละปีจะช่วยดูแลบ้านได้แค่ไหน การขอตัวเลขยังไม่ใช่การสมัครและไม่มีข้อผูกมัด
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้เราช่วยออกแบบแผนที่เหมาะกับคุณ
ยินดีให้คำปรึกษา ตอบทุกข้อสงสัย และออกแบบแผนประกันที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เราเก็บข้อมูล (เช่น ชื่อ เบอร์โทร) เฉพาะเมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่จำเป็น
จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐาน เช่น จดจำการยอมรับนโยบายนี้ ปิดใช้งานไม่ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์และปรับปรุงประสบการณ์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
คุกกี้เพื่อการตลาด
ใช้วัดผลโฆษณา (เช่น Google, Facebook) ว่าโฆษณาไหนช่วยให้ท่านพบเว็บไซต์นี้